แม้จะไม่ได้อยู่ในสถานะ “ตัวเลือกแรก” ของแนวรับมาโดยตลอด
แต่ทุกครั้งที่ชื่อของ โจ โกเมซ ถูกเรียกใช้งาน
เขามักตอบสนองด้วยผลงานที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าอันแท้จริงที่มีต่อ ลิเวอร์พูล และฤดูกาลนี้ก็เป็นอีกครั้งที่กองหลังชาวอังกฤษพิสูจน์ให้เห็นว่า
เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวสำรองยามฉุกเฉินเท่านั้น
จากตัวเลือกจำกัด สู่กำลังสำคัญในแนวรับ
ในช่วง 19 เกมแรกของฤดูกาล
โกเมซ ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง 2 นัดเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อ อาร์เน่อ สล็อต ต้องเผชิญกับปัญหาอาการบาดเจ็บในตำแหน่งแบ็กขวา
ส่งผลให้โกเมซได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้น และกลายเป็นตัวจริงถึง 6 นัดจาก 13 เกมหลังสุด
ด้วยความสามารถในการเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง แนวรับวัย 28 ปี ปรับตัวเข้ากับบทบาท “ผู้เล่นสารพัดประโยชน์” ได้อย่างไร้ที่ติ
ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเตอร์แบ็กหรือแบ็กขวา
เขาพร้อมลงสนามและทำหน้าที่อย่างมืออาชีพเสมอ
เกมพิสูจน์คุณค่า กับ มาร์กเซย
หนึ่งในเกมที่ตอกย้ำคุณค่าของโกเมซได้ชัดเจนที่สุด คือเกมเยือน โอลิมปิก
มาร์กเซย เมื่อเขาถูกส่งลงเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็กร่วมกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ หลังจาก
อิบราฮิม่า โกนาเต้ ต้องเดินทางไปฝรั่งเศสเนื่องจากการสูญเสียคุณพ่อ
โกเมซ แสดงให้เห็นถึงความนิ่ง สุขุม และมีวินัยในเกมรับ โดยข้อมูลจาก FotMob
ระบุว่า เขาผ่านบอลสำเร็จถึง 100% (39/39 ครั้ง)
พร้อมมีส่วนร่วมในเกมรับมากเป็นอันดับสองของทีมถึง 10 ครั้ง
เป็นรองเพียงฟาน ไดค์ ที่ทำได้ 12 ครั้งเท่านั้น
คู่หูที่ไม่เคยแพ้
น่าสนใจว่า เกมกับมาร์กเซย
เป็นเพียงครั้งที่สองในฤดูกาลนี้ที่โกเมซและฟาน ไดค์
ได้ออกสตาร์ทร่วมกันในตำแหน่งคู่เซ็นเตอร์แบ็ก
เนื่องจากโกนาเต้มีสภาพร่างกายสมบูรณ์มาตลอด
อย่างไรก็ตาม เมื่อทั้งสองได้ลงเล่นคู่กัน
พวกเขาสร้างสถิติที่น่าประทับใจ เพราะ ไม่เคยแพ้ตลอด 9 นัดหลังสุด นับตั้งแต่ความพ่ายแพ้ต่อ เรอัล มาดริด 5-2 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 โดยทั้งคู่ยังเป็นนักเตะไม่กี่คนที่หลงเหลืออยู่จากทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกปี
2020
ศักยภาพที่มากกว่าบทบาทยางอะไหล่
เมื่ออยู่ในระบบที่เหมาะสม โกเมซ จะเล่นด้วยความมั่นใจ อ่านเกมได้ดี
และมีจุดเด่นในการจ่ายบอลทะลุไลน์เพื่อสร้างความได้เปรียบให้แดนกลางและแนวรุก
ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ลิเวอร์พูลกำลังมองหา
และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่สโมสรพยายามคว้าตัว มาร์ค เกฮี มาร่วมทีม
ในแง่ศักยภาพ โกเมซ มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะก้าวขึ้นมาเป็น ตัวเลือกแรกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก
ไม่ใช่เพียงผู้เล่นหมุนเวียนเหมือนที่ผ่านมา
อุปสรรคเดียวที่ต้องจัดการ: อาการบาดเจ็บ
สิ่งเดียวที่ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามสำหรับโกเมซ
คือปัญหาอาการบาดเจ็บ โดยฤดูกาลนี้เขาพลาดการลงสนามไปแล้ว 3 นัด จากอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังต้นขา
ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังตั้งแต่ฤดูกาลก่อน และทำให้เขาต้องพลาดลงสนามรวมถึง 24
เกม
นี่คือประเด็นที่อาร์เน่อ สล็อต จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
หากต้องใช้งานโกเมซอย่างต่อเนื่อง เพราะในเวลานี้เขากลายเป็น “ตัวเลือกพิเศษ”
ที่ทีมขาดไม่ได้ ทั้งในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กและแบ็กขวา
บทสรุป: คุณค่าที่ลิเวอร์พูลต้องรักษาไว้
ในช่วงเวลาที่ทีมต้องการความแน่นอนในแนวรับ โจ โกเมซ ได้พิสูจน์แล้วว่าเขามีทั้งประสบการณ์
คุณภาพ และทัศนคติที่เหมาะสมกับการเป็นตัวหลักของลิเวอร์พูล หากร่างกายเอื้ออำนวย
เขาคือหนึ่งในกองหลังที่สามารถสร้างความแตกต่างให้ทีมได้จริง
ไม่ใช่แค่ “ยางอะไหล่” อีกต่อไป แต่คือผู้เล่นที่คู่ควรกับสถานะตัวจริงอย่างแท้จริง
ย้ายทีมผิด ชีวิตเปลี่ยน! จริงหรือไม่ "เทรนต์" หลุดแผนเรอัล มาดริด ในยุคอาร์เบลัว
เบรกดีลยักษ์! เรอัล มาดริด ชะลอแผนคว้า "คล็อปป์" พร้อมเปิดทางอาร์เบโลอาพิสูจน์ฝีมือ










إرسال تعليق